วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงงานบูรณาการ เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก

บทที่ 1
 บทนำ
ที่มาและความสำคัญ เมี่ยงคำเป็นอาหารชนิดหนึ่ง ซึ่งต่อยอดมาจากการทำโครงงาน ม.1 ซึ่ง ม.1 ได้ทำข้าวเกรียบงาดำ ซึ่งมันจะสัมพันธ์กัน เพราะข้าวเกรียบงาดำเป็นส่วนประกอบ ของการทำเมี่ยงคำ ซึ่งเมี่ยงคำมีแค่จังหวัดตากเท่านั้น คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ เมี่ยงคำเมืองตาก หรือเมี่ยงคำจอมพล โรงเรียนจึงเห็นว่าเราควรอนุรักษ์อาหารพื้นเมืองไว้ให้ลูกหลานอนุรักษ์ต่อไป
วัตถุประสงค์
1.เพื่ออนุรักษ์อาหารพื้นบ้าน
 2.เพื่อให้คนต่างจังหวัดรู้จัก
3.เพื่อส่งเสริมอาชีพของคนเมืองตาก
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.อาชีพของคนตากมั่นคงขึ้น
2.คนต่างจังหวัดรู้จักเมี่ยงคำเมืองตาก
ระยะเวลาในการศึกษา 1 ภาคเรียน
สถานที่ในการศึกษาหาความรู้ โรงเรียนตากพิทยาคม
นิยามเชิงปฏิบัติ
เมี่ยงคำ หมายถึง ของกินที่ใช้ใบไม้ห่อกินมีหลายชนิด เรียกชื่อ ต่างกัน เช่น เมี่ยงคำ เมี่ยงลาว เต้าเจี้ยว หมายถึง ถั่วเหลืองที่หมักเกลือ สำหรับปรุงอาหาร
 ตะไคร้ หมายถึง ไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง ขึ้นเป็นกอ มีกลิ่นหอม ใช้ปรุงอาหารได้
กระเทียม หมายถึง ชื่อไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง คล้ายต้นหอม หัวเป็นกลีบๆ เมื่อแห้งจะมีสีขาว มีกลิ่นฉุน รสเผ็ดร้อน ใช้ปรุงอาหาร
มะพร้าว หมายถึง ชื่อไม้ชนิดหนึ่ง ผลใช้ทำน้ำมัน และปรุงอาหารต่างๆ

บทที่3
วิธีการทำเนินงาน
วันที่
รายการที่ปฎิบัติ
ระยะเวลา
ผู้ดำเนินการ
20/พ.ย./55
คิดเรื่องที่จะทำ
1 วัน
ด.ญ.ทักษพร   แก้วสงคราม
25/พ.ย./55
ออกแบบเรื่อง
2 วัน
ด.ญ.ช่อม่วง  ฉ่ำรัศมี
29/พ.ย./55
ทำบทที่1 และบทที่2
4 วัน
ด.ญ.ชลธิชา   อินทรประสิทธิ์
30/พ.ย./55
ทำบทที่3 และบทที่ 4
4 วัน
ด.ญ.ภารวี   อ๊อดทรัพย์
3/ธ.ค./55
ทำบทที่ 5
2 วัน
ด.ช.ปุริม    สันติพนารักษ์
7/ ธ.ค./55
ทำหน้าปก คำนำ สารบัญ บรรณานุกรม
3 วัน
ด.ญ.แสงระวี  จีนเพชร
11/ธ.ค./55
รวบรวมเป็นรูปเล่ม
2 วัน
ด.ญ.จุฑารัตน์   ครองแก้ว



บทที่ 4
ผลการค้นคว้า
ตารางที่ 1 แสดงส่วนประกอบของเมี่ยงคำสร้างอาชีพ
ส่วนประกอบที่สำคัญของเมี่ยงคำเมืองตาก
การสร้างอาชีพ
ตะไคร้
คนสวน
มะพร้าว
คนสวน
พริกขี้หนู
คนสวน
เต้าเจี้ยว
แม่ค้า
ข้าวพอง
แม่ค้า
ถั่ว
ชาวไร่
กระเทียม
ชาวไร่และแม่ค้า

 

จากตารางสรุปได้ว่าส่วนประกอบของเมี่ยงคำแต่ละชนิดสร้างอาชีพให้คนจังหวัดตากให้มีอาชีพที่มั่นคงได้

 
บทที่ 5
สรุปผลและข้อเสนอแนะ
5.1 สรุปผลในการศึกษาค้นคว้า
            จากการศึกษาค้นคว้าเรื่องเมี่ยงคำเมืองตากสรุปได้ว่าเมี่ยงคำเมืองคำตากหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเมี่ยงเต้าเจี้ยวเป็นอาหารพื้นบ้านของคนเมืองตาก ใครๆ ก็รู้จักในตอนนี้ใครมาจังหวัดตากก็ต้องมากินและตอนนี้เมี่ยงคำเมืองตากมีการผลิตลดลง มีปริมาณน้อยเพราะไม่มีการส่งเสริม อนุรักษ์เมี่ยงคำเมืองตาก จึงลดลงเราควรอนุรักษ์และส่งเสริมอาหารพื้นบ้านของจังหวัดตากไว้ เมี่ยงคำเมืองตากยังสร้างอาชีพให้คนจังหวัดตาก มีความมั่นคง
5.2 ข้อเสนอแนะในการทำงาน
1 สมาชิกในกลุ่มควรมีความสามัคคีกัน
2 ต้องฟังเสียงข้างมากเป็นส่วนใหญ่       

 

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง

ไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงผลกระทบจากการบุกรุกทำลายป่าไม้ของประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนก่อใ ห้เกิดภาวะแห้งแล้ง พื้นที่ต้นนํ้าลำธารเสื่อมโทรม ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพทางการเกษตร กลายเป็นปัญหาทุกข์ร้อนของประชากรส่วนใหญ่ในชนบท พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าไม้ ให้คืนกลับสู่สภาพธรรมชาติด้วยแนวทางผสมผสาน โดยการปลูกไม้ทดแทนควบคู่กับการพัฒนาอาชีพราษฎร ด้วยการวางแผนร่วมมือกันของทุกส่วนราชการ ในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และสภาวะแวดล้อม การปลูกไม้ 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 ประการ ตามแนวพระราชดำรินั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน พระราชดำริ ไว้เมื่อปี 2519 ณ หน่วยพัฒนาต้นนํ้าทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ว่าการปลูกไม้ 3 อย่าง คือ ไม้ผล ไม้โตเร็ว และไม้เศรษฐกิจ จะทำให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสานและสร้างความสมดุลแก่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน สามารถตอบสนองความต้องการของรัฐและวิถีประชาในชุมชนอันเป็นทฤษฎีการปลูกต้นไม้ลงในใจคน โดยการปลูกฝังจิตสำนึกแก่ประชาชนให้ปลูกต้นไม้ลงแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง และในการฟื้นฟูพื้นที่ต้นนํ้าตามแนวพระราชดำริ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2525 เพื่อศึกษาหารูปแบบในการพัฒนาที่เหมาะสมในพื้นที่ต้นนํ้าลำธารนั้น พระองค์ทรงมีพระราชดำริ แนวทางในการปลูกไม้ฟื้นฟูสภาพป่าต้นนํ้าว่า การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้ให้ปลูกไม้ 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ หรือ ไม้ผล ไม้สร้างบ้าน และไม้ฟืน ซึ่งจะให้ประโยชน์ 4 ประการ คือ ได้ใช้สอยและเศรษฐกิจ ไม้ฟืน ไม้กินได้ และประการสุดท้าย คือ สามารถช่วยอนุรักษ์ดินและต้นนํ้าลำธารด้วย ประเภทไม้ 3 อย่างที่เหมาะสมแก่การใช้ปลูก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเน้นให้ใช้พันธุ์ไม้ที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น เพราะเป็นไม้ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดี มีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่อยู่แล้ว ไม่เป็นการเสี่ยงต่อภาวะการรอดตายและการเจริญเติบโต เป็นและที่รู้จักของราษฎรในท้องถิ่นอย่างดี พื้นที่ที่เหมาะสมแก่การปลูกไม้ป่าดังกล่าว ควรเป็นพื้นที่ที่มีสภาพเสื่อมโทรม หรือเป็นบริเวณป่าเพื่อการพึ่งพิงของราษฎรที่อยู่บริเวณใกล้ๆหมู่บ้าน วิธีการปลูกก็ให้ปลูกเสริมในลักษณะธรรมชาติ โดยไม่จับต้นไม้เข้าแถว ซึ่งการปลูกเสริมตามลักษณะธรรมชาตินี้ เมื่อต้นไม้โตขึ้นก็จะมีสภาพเป็นป่าตามธรรมชาติ โดยจะไม่มี ลักษณะเป็นสวนป่าที่มีต้นไม้เรียงเป็นแถว ไม้ 3 อย่าง ลักษณะไม้ 3 อย่าง เป็นชนิดไม้ที่มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับวิถีชีวิตของชุมชน คือ 1. ไม้ใช้สอยและเศรษฐกิจ เป็นชนิดไม้ที่ชุมชนนำไปใช้ในการปลูกสร้างบ้านเรือน โรงเรือน เครื่องเรือน คอกสัตว์ เครื่องมือในการเกษตร เช่น เกวียน คันไถ ด้ามจอบ เสียม และมีด รวมทั้งไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องจักรสาน กระบุง ตะกร้า เพื่อนำไปใช้นำครัวเรือน และเมื่อมีพัฒนาการทางฝีมือก็สามารถจัดทำเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน นำไปจำหน่ายเป็นรายได้ของชุมชน ซึ่งเรียกว่า เป็นไม้เศรษฐกิจของชุมชน ได้แก่ มะขามป่า สารภี ซ้อ ไผ่หก ไผ่ไร่ ไผ่บง ไผ่ซาง มะแฟน สัก ประดู่ กาสามปีก จำปี จำปา ตุ้ม ทะโล้ หมี่ ยมหอม กฤษณา นางพญาเสือโคร่ง ไก๋ คูณ ยางกราด กระถิน เก็ดดำ มะหาด ไม้เติม มะห้า มะกอกเกลื้อน งิ้ว ตีนเป็ด ยมหอม มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว บุนนาค ปีบ ตะแบก ตอง คอแลน รัง เต็ง แดง พลวง พะยอม ตะเคียน ฮักหลวง เป็นต้น 2. ไม้ฟืนเชื้อเพลิงของชุมชน ชุมชนในชนบทต้องใช้ไม้ฟืน เพื่อการหุงต้มปรุงอาหาร สร้างความอบอุ่นในฤดูหนาว สุมควายตามคอก ไล่ยุง เหลือบ ริ้น ไร รวมทั้งไม้ฟืนในการนึ่งเมี่ยง และการอบถนอมอาหาร ผลไม้บางชนิด ไม้ฟืนมีความ จำเป็นที่สำคัญ หากไม่มีการจัดการที่ดีไม้ธรรมชาติที่มีอยู่จะไม่เพียงพอในการใช้ประโยชน์ ความอัตคัดขาดแคลนจะเกิดขึ้น ดังนั้นจะต้องมีการวางแผนการปลูกไม้โตเร็วขึ้นทดแทนก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ฟืนใช้ได้อย่างเพียงพอ ได้แก่ ไม้หาด สะเดา เป้าเลือด มะกอกเกลื้อน ไม้เต้าหลวง กระท้อน ขี้เหล็ก ตีนเป็ด ยมหอม ลำไยป่า มะขม ดงดำ มะแขว่น สมอไทย ตะคร้อ ต้นเสี้ยว บุนนาค ตะแบก คอแลน แดง เต็ง รัง พลวง ติ้ว หว้า มะขามป้อม แค ผักเฮือด เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน กาสามปีก มันปลา นางพญาเสือโคร่ง มะมือ ลำไย รกฟ้า ลิ้นจี่ 3. ไม้อาหารหรือไม้กินได้ ชุมชนดั้งเดิมเก็บหาอาหารจากแหล่งธรรมชาติ ทั้งการไล่ล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร รวมทั้งพืชสมุนไพร อดีตแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์จึงเป็นแหล่งอาหารเสริมสร้างพลานามัย การปลูกไม้ที่สามารถให้หน่อ ใบ ดอก ผล ใช้เป็นอาหารได้ก็จะทำให้ชุมชนมีอาหารและสมุนไพร ในธรรมชาติเสริมสร้างสุขภาพให้มีกินมีใช้อย่างไม่ขาดแคลน ได้แก่ มะหาด ฮ้อสะพายควาย เป้าเลือด บุก กลอย งิ้ว กระท้อน ขี้เหล็ก มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว คอแลน ผักหวานป่า มะไฟ มะขามป้อม มะเดื่อ มะปีนดง เพกา แค สะเดา เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน มะเม่า หวาย ดอกต้าง กระถิน ก่อเดือย หว้า กล้วย ลำไย มะกอกเกลื้อน มะระขี้นก ประคำดีควาย ตะคร้อ กระบก ผักปู่ย่า มะเฟือง แคหางค่าง ขนุน มะปราง มะหลอด คอแลน มะเม่า ส้มป่อย
ประโยชน์ 4 ประการ ไม้ 3 อย่าง เมื่อปลูกไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ 4 ประการ คือ 1. ในสภาพปัจจุบันป่าไม้ลดลงเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอ ดังนั้น เมื่อมีการปลูกไม้ที่มีความเหมาะสมและมีคุณสมบัติที่ดีเพื่อการใช้สอยและสามารถนำมาใช้เสริมสร้างอาชีพได้ โดยมีการวางแผนอย่างมีส่วนร่วมและดูแลรักษา 2. ไม้ฟืนเป็นวัสดุเชื้อเพลิงพื้นฐานของชุมชน หากชุมชนไม่มีไม้ฟืนไว้สนับสนุนกิจกรรมครัวเรือน ชุมชนจะต้องเดือดร้อนและสิ้นเปลืองเงินทอง เพื่อการจัดหาแก๊สหุงต้ม หรือจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหาวัสดุเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ 3. พืชอาหารและสมุนไพรรวมทั้งสัตว์แมลง ที่ชุมชนสามารถเก็บหาได้จากธรรมชาติจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าปลอดสารพิษ อันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่ต้องการแล้วยังสามารถใช้เป็นสินค้าเสริมสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย 4. เมื่อมีการปลูกไม้เจริญเติบโตเป็นพื้นที่ขยายมากเพิ่มขึ้น และมีการปลูกเสริมคุณค่าป่าด้วยพันธุ์ต่างๆ ทำให้เกิดความหลากหลายและเป็นการอนุรักษ์ดินและนํ้า รวมทั้งก่อให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่ต้นนํ้าลำธาร ขอขอบคุรแหล่งที่มา https://sites.google.com/site/banrainarao/knowledge/tree_bank

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อิรเทอร์เน็ต จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่ 1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้ - การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร - การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน - การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด - การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น 2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของ (more…) ขอขอบคุณแหล่งที่มา http://www.nattapon.com/tag

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โลกไร้พรมแดน

โลกไร้พรมแดน โลกไร้พรมแดนคือโลกแห่งการติดต่อสื่อสาร เพื่อพบปะเพื่อนฝูง เครือญาติ เพื่อน หรือไร้ตัวตนของคนที่เราติดต่อสื่อสาร เป็นนิยามของคำว่าติดต่อกันเพื่อ มิตรภาพที่ไร้พรมแดนทั่วโลก ไม่เลือกเชื้อชาติ ชนชั้น ศาสนา เพศ อายุ และ การศึกษา อยู่ที่ไหนก็ติดต่อกันได้ หากเรารู้จักกัน จากเพื่อนของเพื่อน รวดเร็ว ฉับไว ทันต่อข่าวสารทั้งในประเทศและนอกประเทศ ขอขอบคุณ http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=59dfab1c3a104b44 โลกไร้พรมแดนในความคิด คิดว่าเป็นโลกที่ไม่มีใครที่จะได้ไป และเป็นโลกที่จะทำอะไรก็ได้...

แนะนำหนัง

                                                  

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เเนะนำตนเอง

ชื่่อ ด.ญ.ชลธิชา    อินทรประสิทธิ์  ชั้นม.2/4   เลขที่ 42    โรงเรียนตากพิทยาคม
ชื่อเล่น  ป๊อบ    บ้านเลขที่ 312/1   ม.14   ต.ตากออก  อ.บ้านตาก  จ.ตาก  63120
อาหารที่ชอบ   ข้าวมันไก่  , สีที่ชอบ  สีส้ม  สีฟ้า , วิชาที่ชอบ  คอมพิวเตอร์  ภาษาไทย
คุณครูประจำชั้นชื่อ  ครูเเสงเดือน  บุญประสพ  เเละครูนุชรี  จิโน   คติประจำใจ
ฝันให้ไกล  ไปให้ถึง